XERF กับ Oligio
ต่างกันตรงไหน เลือกแบบไหนดี

สองเครื่องนี้อยู่ในกลุ่ม RF เหมือนกัน แต่ออกแบบมาคนละโจทย์ — จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือจำนวนความถี่ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานจะลงไปอยู่ชั้นไหน

XERF vs Oligio

สองเครื่องนี้อยู่ในกลุ่ม RF เหมือนกัน แต่ออกแบบมาคนละโจทย์ — จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือจำนวนความถี่ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานจะลงไปอยู่ชั้นไหน

ทั้งคู่เป็น RF แต่คนละแนวคิด

XERF และ Oligio อยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน แต่ออกแบบมาคนละโจทย์ จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ จำนวนความถี่ที่เครื่องปล่อยได้ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานจะลงไปอยู่ชั้นไหน

ตารางเทียบ

หัวข้อXERFOligio X
ผู้ผลิตCynosure LutronicWontech เกาหลีใต้
ความถี่สองความถี่ 6.78 และ 2 MHzความถี่เดียว
การเลือกความลึกเลือกได้ 3 ระดับ แยกตามโซนของใบหน้าความลึกคงที่ตามหัวยิง
จุดเด่นปรับความลึกรายโซน กระชับโดยไม่ทำให้แก้มตอบทำทั้งใบหน้าเร็ว พักฟื้นน้อย
เวลาต่อครั้งขึ้นกับจำนวนโซนที่ทำประมาณ 20–30 นาที
เหมาะกับคนที่มีไขมันแก้มหรือเหนียงร่วมด้วยคนที่อยากกระชับผิวโดยรวม

* ข้อมูลเครื่องอ้างอิงจากผู้ผลิต — แพทย์เลือกใช้ตามสภาพผิวจริงในวันที่ประเมิน

ความถี่สองระดับช่วยอะไร

คลื่นความถี่สูงจะถูกดูดซับที่ชั้นตื้น ส่วนความถี่ต่ำลงไปได้ลึกกว่า เครื่องที่ปล่อยได้สองความถี่จึงเลือกได้ว่าจะทำงานที่ชั้นไหนในแต่ละโซน — เช่น ใต้คางที่มีไขมันสะสมกับโหนกแก้มที่บางอยู่แล้ว ไม่ควรได้รับพลังงานที่ความลึกเดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่คนกลัว "ทำแล้วหน้าตอบ" ควรคุยเรื่องการเลือกความลึกกับแพทย์ก่อน มากกว่าดูแค่ชื่อเครื่อง

เลือกแบบไหนดี

ถ้าปัญหาหลักคือผิวหย่อนโดยรวม อยากกระชับทั้งหน้าในเวลาสั้น — Oligio X ตอบโจทย์และจบเร็ว

ถ้าปัญหาคือกรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียงหรือไขมันแก้มร่วมด้วย และกังวลเรื่องหน้าตอบ — การเลือกความลึกรายโซนของ XERF ตอบโจทย์ตรงกว่า

ที่ Peace Clinic แม่สอด มีทั้ง โปรแกรม XERF และ โปรแกรม Oligio X แพทย์ดูผิวจริงแล้วแนะนำว่าควรใช้ตัวไหน หรือจัดคนละเวลาให้เสริมกัน ปรึกษาฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ทั้งคู่เป็นคลื่น RF แบบโมโนโพลาร์ ต่างกันที่ XERF ปล่อยได้สองความถี่ (6.78 และ 2 MHz) จึงเลือกความลึกได้ 3 ระดับแยกตามโซนของใบหน้า ส่วน Oligio X ใช้ความถี่เดียว เด่นเรื่องทำทั้งใบหน้าได้เร็ว

ความเสี่ยงหน้าตอบมาจากการส่งพลังงานลงชั้นไขมันในคนที่ไขมันใบหน้าน้อยอยู่แล้ว การเลือกความลึกให้เหมาะกับแต่ละโซนจึงสำคัญกว่าชื่อเครื่อง แจ้งความกังวลนี้กับแพทย์ก่อนทำได้เลย

ได้ ในบางเคสแพทย์จัดให้ทำคนละเวลาเพื่อเสริมกัน โดยเว้นระยะให้ผิวฟื้นตัวก่อน

ผิวจะรู้สึกแน่นขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงแรก ส่วนผลจากคอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2–3 เดือน ผลจริงต่างกันในแต่ละบุคคล

Begin Your Journey

ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ให้แพทย์ประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ทักไลน์ โทรหาเรา