ตรวจทานโดย พญ.รฐา พงษ์นิกร (ว.39726)อัพเดตล่าสุด 22 พ.ค. 2026อ่าน 6 นาที
สรุป
- i.โปรแกรม Plinest คือ — PN (Polynucleotide) ต้นตำรับของโลกจากอิตาลี ผู้พัฒนา Mastelli — ฉีดเพื่อ "ซ่อม" ผิวเสื่อมจากระดับเซลล์ ไม่ใช่การเติมเต็มแบบฟิลเลอร์
- ii.จุดต่างจาก Rejuran — Rejuran คือ PN เกาหลี ส่วน โปรแกรม Plinest คือ PN ยุโรปต้นตำรับ ใช้เทคโนโลยี PN-HPT เน้นความบริสุทธิ์สูง
- iii.มี 2 สูตรหลัก — โปรแกรม Plinest ฟื้นฟูทั่วหน้า · Plinest FAST เนื้อเบาสำหรับใต้ตาและจุดบอบบาง
- iv.ต้องทำกี่ครั้ง — คอร์สมาตรฐาน 3 ครั้ง ห่าง 3–4 สัปดาห์ แล้วกระตุ้นซ้ำทุก 3–6 เดือน
- v.ราคาอ้างอิงตลาด — ราว 15,000–25,000 บาท/ครั้ง ตามสูตรและจำนวนไซริงค์ — แพทย์ประเมินและแจ้งราคาก่อนทำ
Plinest คืออะไร
Infographic เครื่อง Plinest ที่ Peace Clinic แม่สอด
โปรแกรม Plinest (พลีเนสต์) คือสารฉีดกลุ่ม PN (Polynucleotide) — สายดีเอ็นเอสั้นๆ ที่ทำหน้าที่เป็นวัตถุดิบซ่อมแซมผิวจากระดับเซลล์ จุดที่ทำให้ Plinest พิเศษคือมันเป็น PN ต้นตำรับของโลก พัฒนาโดย Mastelli ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการนำ PN มาใช้ในงานฟื้นฟูผิวก่อนที่กระแสจะดังทั่วเอเชีย
หัวใจของ โปรแกรม Plinest คือเทคโนโลยี PN-HPT (Polynucleotide Highly Purified Technology) ที่เน้นการทำให้สาย PN บริสุทธิ์สูงและมีความยาวสายที่เหมาะสม — เมื่อฉีดเข้าชั้นผิว มันช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้ผิวที่บางและเสื่อมกลับมาแข็งแรงขึ้นแบบสะสม เหมาะกับผิวบอบบาง ใต้ตา และรอยสิว ที่ Peace Clinic แม่สอด
หลักการทำงาน — ซ่อม ไม่ใช่เติม
หลักการทำงาน Plinest
โปรแกรม Plinest ไม่ได้เติมวอลลุ่มเหมือนฟิลเลอร์ แต่ให้ผิว "ซ่อมตัวเอง":
- 01ลดการอักเสบในผิว — ปรับสภาพแวดล้อมของเซลล์ที่เสื่อมให้กลับมาเอื้อต่อการซ่อมแซม
- 02ให้วัตถุดิบซ่อมแซม — สาย PN บริสุทธิ์ถูกนำไปใช้ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสียหาย
- 03กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ — ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนดูกระชับ รอยตื้นๆ เรียบขึ้นแบบสะสม
เพราะเป็นการซ่อมที่ต้นเหตุ ผลของ โปรแกรม Plinest จึงชัดขึ้นเรื่อยๆ หลังครั้งที่ 2–3 และอยู่ยาวกว่างานฉีดแบบเติม
Plinest ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
- i.ผิวบาง เสื่อม โทรมก่อนวัย
- ii.ใต้ตาคล้ำจากผิวบางย่น (โปรแกรม Plinest FAST)
- iii.หลุมสิวตื้น รอยแผลเป็นบางๆ
- iv.รูขุมขนกว้าง ผิวหยาบไม่เรียบ
- v.ริ้วรอยเล็กๆ รอบปาก รอบตา
โปรแกรม Plinest ให้ผลแบบสะสม คอร์สมาตรฐานห่างครั้งละ 3–4 สัปดาห์:
| เป้าหมาย | คอร์สแนะนำ |
| ฟื้นฟูทั่วหน้า (Plinest) | 3 ครั้ง |
| ใต้ตา จุดบอบบาง (FAST) | 3 ครั้ง |
| หลุมสิว รอยแผล | 2 ครั้ง × 2 ไซริงค์ |
| กระตุ้นซ้ำหลังจบคอร์ส | ทุก 3–6 เดือน |
* จำนวนครั้งจริงขึ้นกับสภาพผิวตั้งต้น — แพทย์ประเมินแล้ววางคอร์สเฉพาะบุคคล พร้อมนัดกระตุ้นซ้ำทุก 3–6 เดือนเพื่อคงผล
เลือกตัวไหนดี — ต้องดูผิวก่อน
งานฉีดบำรุงผิวกลุ่มนี้ชื่อคล้ายกันจนสับสนได้ง่าย แต่ตัวที่เหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับสภาพผิวจริงในวันนั้น ไม่ใช่ชื่อที่ได้ยินต่อกันมา แพทย์จะประเมินก่อนแล้วจึงเลือกให้
- i.สภาพผิวปัจจุบัน — ความหนาบาง ความชุ่มชื้น ร่องรอย และปัญหาที่เด่นที่สุดในวันนั้น
- ii.เป้าหมายของคุณ — อยากได้ผิวฉ่ำ ผิวแน่น ลดร่องรอย หรือเตรียมผิวก่อนงานสำคัญ
- iii.สิ่งที่เคยทำมา — เคยทำอะไรมาบ้าง ผลเป็นอย่างไร และมีอะไรที่ผิวไม่รับ
- iv.เวลาและงบที่วางไว้ — บางแบบต้องทำเป็นคอร์ส บางแบบเห็นผลเร็วกว่าแต่คงผลสั้นกว่า
ปรึกษาแพทย์ก่อนไม่มีค่าใช้จ่าย — ทักไลน์ @peaceclinicth นัดเวลาประเมินได้เลย
Plinest เหมาะกับใคร
แผนผังตำแหน่งที่ทำ Plinest
- i.ผิวบาง แพ้ง่าย อยากฟื้นความแข็งแรง
- ii.ใต้ตาคล้ำจากผิวบาง แก้ด้วยครีมไม่ไหว
- iii.อยากได้ PN สายยุโรปต้นตำรับ
- iv.วัย 30+ ผิวเริ่มเสื่อมแต่ยังไม่อยากเติมฟิลเลอร์
- v.มีรอยสิว หลุมตื้น ผิวฟื้นช้า
- vi.เพิ่งทำเลเซอร์ อยากให้ผิวฟื้นไวขึ้น
โปรแกรม Plinest ปลอดภัยสูงเมื่อฉีดโดยแพทย์ ผลข้างเคียงหลักเป็นเรื่องชั่วคราวที่คาดเดาได้:
- i.ตุ่มนูนตามจุดฉีด — ลักษณะปกติของ PN ยุบเองใน 1–3 วัน
- ii.รอยแดง ช้ำเล็กน้อย — จางใน 2–5 วัน ปกปิดได้หลัง 24 ชม.
- iii.คันหรือระบมเบาๆ — พบน้อย หายเอง
ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน: แพ้ปลา/อาหารทะเล — ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเพื่อประเมิน · ผู้ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร · มีการติดเชื้อบริเวณที่ฉีด · โรคแพ้ภูมิตัวเองรุนแรง (ปรึกษาก่อน) — แจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
ขั้นตอนการทำที่พีซคลินิก
บรรยากาศระหว่างทำ Plinest ที่พีซคลินิก
- 01แพทย์ประเมินผิว — เลือกสูตรและจุดโฟกัส
- 02แกะกล่องแท้ต่อหน้า — เช็คซีล ฉลาก วันหมดอายุ
- 03ทายาชา — 20–30 นาที
- 04ฉีดจุดเล็กทั่วบริเวณ — หรือเฉพาะจุด เช่น ใต้ตา
- 05นัดครั้งถัดไป — ห่าง 3–4 สัปดาห์
เจ็บไหม?
ทายาชาก่อนฉีด สูตร FAST เนื้อเบากว่าจึงสบายกว่าเวลาลงจุดบอบบางอย่างใต้ตา ส่วนใหญ่ทำได้สบาย
กี่วันเห็นผล?
ผิวเริ่มนุ่มเนียนขึ้นหลังครั้งแรก เห็นความต่างชัด (ผิวแน่น ใต้ตาดูสุขภาพดี รอยตื้นขึ้น) หลังครั้งที่ 2–3 — ผลเป็นแบบสะสม
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังจบคอร์สผลอยู่ได้ราว 6–12 เดือน แนะนำกระตุ้นซ้ำทุก 3–6 เดือน — และผิวที่ซ่อมแล้วคือพื้นฐานที่ดีต่อเนื่อง
ราคา Plinest ที่แม่สอด
เริ่มต้น16,500 บาท
2 cc · ราคาจริงขึ้นกับการประเมินของแพทย์ ปริมาณและบริเวณที่ทำ — ทักไลน์รับราคาเต็มและโปรโมชั่นเดือนนี้
ราคาตลาดทั่วไปของ โปรแกรม Plinest อยู่ราว 15,000–25,000 บาท/ครั้ง ตามสูตร (Plinest หรือ Plinest FAST) และจำนวนไซริงค์ที่ใช้ มักมีแพ็คเกจคอร์ส 3 ครั้งที่คุ้มกว่าจ่ายรายครั้ง — ระวังราคาที่ถูกผิดปกติเพราะมักเป็นของปลอมหรือของแบ่ง ที่ Peace Clinic แพทย์ประเมินผิวและแจ้งราคาชัดเจนก่อนทำเสมอ ทักไลน์รับใบเสนอราคาฟรี ไม่ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่
ติดตามโปรโมชั่นประจำเดือนได้ที่หน้าโปรโมชั่น
การดูแลตัวเองหลังทำ
- i.งดเมคอัพ 24 ชม. — ให้จุดฉีดปิดสนิทก่อน
- ii.ไม่นวด ไม่กดตุ่ม — ตุ่ม PN ยุบเองใน 1–3 วัน
- iii.กันแดดเคร่งครัด — ช่วงผิวกำลังซ่อมตัว
- iv.งดความร้อนสูง ซาวน่า — 3–5 วัน
- v.งดสครับ/กรดผลัดผิว — 5–7 วัน
- vi.มาตามคอร์ส — ห่าง 3–4 สัปดาห์ ผลถึงจะสะสม
คำถามที่พบบ่อย
ทั้งคู่เป็น PN เหมือนกัน ต่างที่แหล่งกำเนิด — โปรแกรม Plinest คือ PN ต้นตำรับจากอิตาลี (Mastelli) ใช้เทคโนโลยี PN-HPT ส่วน Rejuran คือ PN เกาหลีที่มีรุ่นเฉพาะทางครบและได้รับความนิยมสูงในเอเชีย คุณภาพใกล้กัน เลือกตามความชอบและงบได้
โปรแกรม Plinest เนื้อเข้มข้นสำหรับฟื้นฟูผิวทั่วหน้า ส่วน Plinest FAST เนื้อเบากว่า ออกแบบมาสำหรับจุดบอบบางอย่างใต้ตาและรอบปาก แพทย์เลือกสูตรตามบริเวณที่ทำ
ได้ และเป็นจุดที่ โปรแกรม Plinest FAST เหมาะเป็นพิเศษ เพราะเนื้อเบาและอ่อนโยนพอกับผิวบางรอบดวงตา ช่วยให้ผิวใต้ตาหนาแข็งแรงขึ้น รอยคล้ำจากผิวบางดูจางลง
ตุ่มนูนเล็กๆ ตามจุดฉีดคือลักษณะปกติของ PN ส่วนใหญ่ยุบใน 1–3 วัน ห้ามกดหรือนวดเอง
เริ่มรู้สึกหลังครั้งแรก ชัดหลังครั้งที่ 2–3 คอร์สมาตรฐาน 3 ครั้ง ห่าง 3–4 สัปดาห์
References
- Mastelli S.r.l. — Plinest® / PN-HPT™ official, Italy
- Polynucleotides HPT in skin regeneration: clinical evidence review — PubMed
- Efficacy of polynucleotide in periorbital and skin quality improvement — Journal of Cosmetic Dermatology
- ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)