ตรวจทานโดย พญ.รัณยา อุทัยศิลป์ (ว.47735)อัพเดตล่าสุด 12 ก.ค. 2026อ่าน 5 นาที
สรุป
- i.HArmonyCa คือ — สารฉีดไฮบริดจาก Allergan (บริษัทเดียวกับ Juvederm) ผสม HA cross-linked + อนุภาค CaHA
- ii.จุดที่เด่นจริง — ผลสองจังหวะ: อิ่ม-ยกเห็นได้ตั้งแต่ช่วงแรกจาก HA แล้วคอลลาเจนจาก CaHA เสริมต่อถึง 3–6 เดือน
- iii.คอร์ส — 1–2 หลอด/ครั้ง (หลอดละ 1.25 cc) เน้นแนวแก้ม-กรอบหน้า · ผลรวมราว 12–18 เดือน
- iv.หมอของเรา — ผ่านการอบรมจาก Allergan Medical Institute โดยตรง
HArmonyCa คืออะไร
เครื่อง/ผลิตภัณฑ์ HArmonyCa ที่ Peace Clinic แม่สอด
HArmonyCa คือสารฉีดไฮบริดจาก Allergan Aesthetics — รวม HA แบบ cross-linked ที่ให้ความอิ่มและแรงยกทันที กับอนุภาค CaHA ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนระยะยาว ไว้ในหลอดเดียวกัน
มันเกิดมาเพื่อตอบคำถามคลาสสิกของคนเลือกกลุ่มนี้: "อยากเห็นผลเลย แต่ก็อยากได้ผลสะสม ต้องเลือกอย่างเดียวจริงเหรอ" — คำตอบคือไม่ต้องเลือก
หลักการทำงาน
หลักการทำงาน HArmonyCa
ช่วงแรกหลังฉีด ส่วน HA ทำงานทันที — ความอิ่มและการยกที่สังเกตได้จากกระจก จากนั้นอนุภาค CaHA ที่กระจายอยู่ในเนื้อเจลค่อย ๆ กระตุ้นไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจนใหม่ ผลชัดขึ้นต่อเนื่องถึง 3–6 เดือน
เมื่อ HA สลายไปตามเวลา โครงคอลลาเจนที่สร้างไว้ยังอยู่ — เส้นเวลาสองจังหวะนี้คือเอกลักษณ์ที่ตัวอื่นในกลุ่มไม่มี
คอร์สกี่ครั้ง ห่างเท่าไหร่
| ช่วง | ความถี่ |
| ต่อครั้ง | 1–2 หลอด (1.25 cc/หลอด) |
| ต่อคอร์ส | 1–2 ครั้ง |
| คงผล | เติมราวปีถึงปีครึ่ง |
* เน้นแนวแก้ม-กรอบหน้า แพทย์กำหนดจุดตามโครงหน้าจริง
เลือกตัวไหนดี — ต้องดูผิวก่อน
ฟิลเลอร์กับสารกระตุ้นคอลลาเจนทำงานคนละแบบ และเลือกตามโครงหน้าของแต่ละคน เทียบกันตรงๆ ว่าตัวไหนดีกว่าจึงไม่ได้ตอบอะไร แพทย์จะดูโครงหน้าและเป้าหมายก่อนวางแผน
- i.สภาพผิวปัจจุบัน — ความหนาบาง ความชุ่มชื้น ร่องรอย และปัญหาที่เด่นที่สุดในวันนั้น
- ii.เป้าหมายของคุณ — อยากได้ผิวฉ่ำ ผิวแน่น ลดร่องรอย หรือเตรียมผิวก่อนงานสำคัญ
- iii.สิ่งที่เคยทำมา — เคยทำอะไรมาบ้าง ผลเป็นอย่างไร และมีอะไรที่ผิวไม่รับ
- iv.เวลาและงบที่วางไว้ — บางแบบต้องทำเป็นคอร์ส บางแบบเห็นผลเร็วกว่าแต่คงผลสั้นกว่า
ปรึกษาแพทย์ก่อนไม่มีค่าใช้จ่าย — ทักไลน์ @peaceclinicth นัดเวลาประเมินได้เลย
HArmonyCa เหมาะกับใคร
แผนผังตำแหน่งที่ทำ HArmonyCa
- i.แก้มเริ่มหย่อน ร่องข้างแก้มเริ่มชัด อยากยกช่วงกลาง-ล่างของหน้า
- ii.กรอบหน้าเบลอ อยากคืนความคมแบบเห็นไว
- iii.เคยฉีดฟิลเลอร์แล้วอยากอัปเกรดเป็นตัวที่ให้ผลคอลลาเจนสะสม
- iv.อยากทำครั้งเดียวแล้วอยู่ยาว ไม่สะดวกมาหลายรอบ
ไม่เหมาะ: ริมฝีปาก-รอบดวงตา (ข้อจำกัดเดียวกับ CaHA) และคนที่ต้องการตัวที่ละลายแก้ได้ 100% ควรเริ่มจากฟิลเลอร์ HA
ส่วน HA ละลายได้ด้วยเอนไซม์หากจำเป็น แต่ส่วน CaHA ละลายไม่ได้ — แนวทางที่ปลอดภัยคือเริ่มปริมาณพอดีกับแพทย์ที่ประเมินตรงไปตรงมา แล้วค่อยเติมภายหลัง
ขั้นตอนการทำที่พีซคลินิก
บรรยากาศระหว่างทำ HArmonyCa ที่พีซคลินิก
- 01แพทย์วิเคราะห์การหย่อน — วางแนวยกเฉพาะคุณ
- 02ทายาชา — 20–30 นาที
- 03ฉีดโดยแพทย์ — เทคนิค cannula
- 04เช็คสมดุล-แรงยก — ปรับละเอียดทันที
- 05นัดติดตามผล — 2–4 สัปดาห์
เจ็บไหม?
มี lidocaine ในเนื้อเจล + ทายาชา + เทคนิค cannula ความรู้สึกทนได้สบาย ใช้เวลาราว 30 นาที
กี่วันเห็นผล?
ความอิ่ม-ยกจาก HA เห็นได้ตั้งแต่ช่วงแรกหลังทำ และชัดขึ้นต่อเนื่องถึง 3–6 เดือนจากคอลลาเจน
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลรวมราว 12–18 เดือน — โดยโครงคอลลาเจนที่สร้างไว้ช่วยให้ครั้งถัดไปใช้ปริมาณน้อยลง
ราคา HArmonyCa ที่แม่สอด
เริ่มต้น25,000 บาท
1 หลอด · ราคาจริงขึ้นกับการประเมินของแพทย์ ปริมาณและบริเวณที่ทำ — ทักไลน์รับราคาเต็มและโปรโมชั่นเดือนนี้
ราคาอยู่กลุ่มพรีเมียมใกล้เคียง Radiesse (ตลาดราวหลอดละ 20,000–30,000 บาท) — ของแท้นำเข้าผ่าน Allergan พร้อมฉลาก อย. แกะกล่องต่อหน้า แพทย์ของเราผ่านการอบรมจาก Allergan Medical Institute โดยตรง แจ้งราคาก่อนทำทุกครั้ง
การดูแลตัวเองหลังทำ
- i.ประคบเย็นวันแรกถ้าบวม
- ii.งดนวด/กดแรง 2 สัปดาห์
- iii.งดความร้อนสูง ซาวน่า 1 สัปดาห์
- iv.นอนหงายคืนแรก
- v.กันแดดสม่ำเสมอ
- vi.แจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการอื่นบริเวณเดิม
คำถามที่พบบ่อย
ความอิ่ม-ยกจากส่วน HA สังเกตได้ตั้งแต่หลังทำช่วงแรก จากนั้นคอลลาเจนจาก CaHA เสริมให้ชัดขึ้นต่อเนื่องถึง 3–6 เดือน — เส้นเวลาสองจังหวะในเข็มเดียว
ฟิลเลอร์ให้วอลลุ่มจากเจลแล้วสลายไป ส่วน HArmonyCa ทิ้งงานสร้างไว้ให้ผิว ความแน่นระยะหลังมาจากคอลลาเจนของเราเอง
Radiesse โครงแน่นชัด เหมาะกรอบหน้า-คาง-มือ / HArmonyCa นุ่มกว่าและเห็นการเปลี่ยนแปลงช่วงแรกมากกว่า เหมาะแนวแก้มและการยกโดยรวม
ส่วน HA ละลายได้ด้วยเอนไซม์ ส่วน CaHA ละลายไม่ได้ — จึงควรเริ่มพอดีแล้วเติม ดีกว่าฉีดเยอะแล้วแก้
ผลรวมราว 12–18 เดือน และครั้งถัดไปมักใช้ปริมาณน้อยลงเพราะมีฐานคอลลาเจนเดิมช่วยไว้