ข่าวคนฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดทำให้หลายคนกลัวจนไม่กล้าฉีด หรือกลับกัน คือไม่รู้เลยว่ามีความเสี่ยงนี้อยู่ ความจริงอยู่ตรงกลาง: เป็นภาวะที่พบน้อยมาก แต่รุนแรง และป้องกันได้มากด้วยการเลือกแพทย์ ผลิตภัณฑ์ และเทคนิคที่ถูกต้อง
ใบหน้ามีเส้นเลือดแดงเล็ก ๆ จำนวนมากที่เชื่อมต่อกับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา ถ้าฟิลเลอร์ถูกฉีดเข้าไปในเส้นเลือดโดยตรง แรงดันจากการฉีดอาจดันเนื้อฟิลเลอร์ย้อนกลับไปอุดเส้นเลือดของดวงตา ทำให้จอประสาทตาขาดเลือด การมองเห็นลดลงหรือหายไป
ภาวะนี้เรียกว่าเส้นเลือดอุดตันจากฟิลเลอร์ (vascular occlusion) ถ้าอุดเส้นเลือดที่ผิวหน้าแทน ผลคือผิวบริเวณนั้นขาดเลือด ซีด คล้ำ และอาจเป็นแผล
ในรายงานทางการแพทย์ การสูญเสียการมองเห็นจากฟิลเลอร์พบได้น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนการฉีดทั่วโลกในแต่ละปี แต่เมื่อเกิดแล้วมักแก้ไขได้ยาก จึงต้องเน้นที่การป้องกันตั้งแต่แรก
จุดอย่างคาง กรอบหน้า หรือริมฝีปาก ก็ยังต้องฉีดด้วยความระวัง เพราะไม่มีจุดใดบนใบหน้าที่ความเสี่ยงเป็นศูนย์
อาการเกี่ยวกับการมองเห็นถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องแจ้งแพทย์ที่ฉีดทันทีและไปโรงพยาบาลที่มีจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด อย่ารอดูอาการ
ที่ Peace Clinic แม่สอด ฟิลเลอร์ทุกเคสฉีดโดยแพทย์ ใช้ HA ของแท้ที่สลายได้ และมียาสลายสำรองไว้ทุกครั้ง แพทย์ประเมินตำแหน่งและเลือกเทคนิคก่อนฉีด
เกิดได้จริงแต่พบน้อยมาก สาเหตุคือฟิลเลอร์เข้าไปอุดเส้นเลือดที่ต่อไปยังดวงตา ความเสี่ยงลดลงมากเมื่อฉีดโดยแพทย์ที่รู้กายวิภาค ใช้เทคนิคที่เหมาะกับตำแหน่ง และใช้ฟิลเลอร์ HA ที่สลายได้
ถ้าเป็นฟิลเลอร์ HA แพทย์ฉีดยาสลาย (hyaluronidase) ช่วยละลายฟิลเลอร์ที่อุดได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี กรณีที่กระทบการมองเห็นต้องรักษาฉุกเฉินร่วมกับจักษุแพทย์ ฟิลเลอร์ถาวรหรือซิลิโคนเหลวสลายด้วยยาไม่ได้
สองตำแหน่งนี้มีเส้นเลือดที่เชื่อมกับดวงตาโดยตรง จึงจัดเป็นจุดเสี่ยงสูงกว่าจุดอื่น แพทย์จะประเมินก่อนว่าจำเป็นไหม และเลือกเทคนิคที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละคน บางเคสแนะนำวิธีอื่นแทน
บวม ช้ำ เจ็บเล็กน้อยตรงจุดฉีด 2–7 วันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าปวดมากผิดปกติ ผิวซีดขาว เป็นลายคล้ำ หรือตามัว ต้องติดต่อแพทย์ที่ฉีดทันที
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล — ปรึกษาแพทย์เพื่อการประเมินที่เหมาะกับคุณ
ให้แพทย์ประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ